7 วิธีดูแลสุนัขที่ตั้งท้องแบบถูกต้อง ฉบับเจ้าของมือใหม่

By | September 3, 2021

สิ่งที่เป็นข้อสงสัยและเป็นที่กังวลมากที่สุดสำหรับเจ้าของมือใหม่ที่กำลังเลี้ยงสุนัข นั่นคือ การที่สุนัขตั้งท้อง หลาย ๆ คน ยังไม่รู้ตัวว่าจะจัดการ และมีวิธีการดูแลสุนัขที่ตั้งท้อง และคลอดลูกอย่างไร ซึ่งคนที่เลี้ยงสุนัขมานานน่าจะรู้จักวิธีจัดการ และดูแลสุนัขที่ตั้งท้องอย่างดี แต่สำหรับใครที่เพิ่มงเป็นมือใหม่ การดูแลสุนัขระหว่างตั้งท้อง หลังคลอด และการดูแลลูกสุนัขเบื้องต้น สามารถทำได้โดย 7 วิธีดูแลสุนัขที่ตั้งท้องแบบถูกต้อง ฉบับเจ้าของมือใหม่ เป็นวิธีดูแลแม่สุนัข และลูกสุนัขเบื้องต้นที่เจ้าของสามารถทำได้เมื่อสุนัขของเราตั้งท้อง

7 วิธีดูแลสุนัขที่ตั้งท้องแบบถูกต้อง ฉบับเจ้าของมือใหม่

สุนัขตั้งท้องนานกี่เดือน

เมื่อสุนัขของเรานั้นเกิดตั้งท้องขึ้นมา หลาย ๆ คนอาจจะสงสัยว่า สุนัขนั้นตั้งท้องกี่เดือน นานหรือไม่ โดยปกแล้วนั้นสุนัขส่วนใหญ่ใช้เวลาตั้งท้องเฉลี่ยประมาณ 63 วัน หรือ 9 สัปดาห์ หรือประมาณ 2 เดือนกว่า ๆ เท่านั้น ซึ่งสุนัขแต่ละสายพันธุ์ก็อาจจะมีระยะเวลาต่างกันเล็กน้อย ดังนั้น เมื่อเรารู้แล้วว่าสุนัขของเราตั้งท้องได้นานแค่ไหน เจ้าของควรใส่ใจและดูแลสุนัขที่กำลังตั้งท้องให้มาก ๆ ซึ่งสามารถปฏิบัติตามได้ ดังนี้

1. อาหารสำหรับสุนัขตั้งท้อง

สำหรับใครที่กำลังดูแลสุนัขที่ตั้งท้องอยู่นั้น การดูแลอาหารการกิน ก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นเดียวกัน ซึ่งในช่วงแรกของการตั้งท้อง สามารถให้อาหารแบบปกติได้ แต่ก็ควรให้อาหารที่มีประโยชน์กับสุนัข ไม่ควรให้อาหารจำพวก กระดูก เศษปลาที่มีก้าง หรืออาหารเสีย เพราะอาจจะทำให้เกิดอันตรายกับสุนัขและลูกได้ แต่ในช่วง 4-5 สัปดาห์ก่อนคลอด ควรจะเปลี่ยนเป็นอาหารสำหรับสุนัขที่มีคุณภาพดี เพราะอาหารลูกสุนัขมีโปรตีนและแคลเซียมสูง ซึ่งจะทำให้ร่างกายของแม่สุนัขพร้อมที่จะผลิตนมจำนวนมาก

นอกจากนี้ยังควรให้อาหารที่มีปริมาณกากใยสูง เพื่อช่วยลดอาการท้องผูกเนื่องจากการขยายตัวของมดลูกที่ดันส่วนลำไส้ใหญ่ด้วย ดังนั้นใครที่กำลังดูแลเพื่อนคู่กายที่ตั้งท้องอยู่ละก็ควรจัดเตรียมอาหารให้สุนัขทุกวัน และคอยดูแลสังเกตพฤติกรรมการกินของสุนัขด้วย

7 วิธีดูแลสุนัขที่ตั้งท้องแบบถูกต้อง ฉบับเจ้าของมือใหม่ - อาหารสำหรับสุนัขตั้งท้อง

2. เตรียมพร้อมก่อนคลอด

การดูแลสุนัขตอนใกล้คลอดก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากที่เจ้าของควรจะใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะเป็นช่วงที่แม่สุนัขจะรู้สึกอ่อนไหวง่าย และต้องการความสบายใจ ความปลอดภัย ดังนั้นเมื่อใกล้ถึงกำหนดคลอด การเตรียมพร้อมก่อนคลอด ที่เจ้าของควรทำ คือ สร้างพื้นที่ที่เปรียบเสมือนเป็นรังให้กับแม่สุนัข (Nesting Area) อย่างน้อย 1 สัปดาห์ ก่อนที่สุนัขจะคลอดลูก ควรเลือกจุดที่เงียบสงบ มีอากาศถ่ายเทดี ไม่อับ ไม่มีคนเดินพลุกพล่าน เพื่อที่สุนัขได้อยู่เป็นส่วนตัวอย่างเงียบ ๆ เจ้าของสามารถให้สุนัขอยู่ในเตียง หรือกล่องที่มีผ้าขนหนู หรือผ้าห่ม เพื่อให้สุนัขรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่น

พร้อมกับเตรียมอาหาร และน้ำไว้ในที่พักหรือไว้ใกล้ ๆ ยังเป็นการเตรียมพร้อมให้แม่สุนัขไม่ต้องแยกตัวจากลูกสุนัขหลังคลอด เพื่อไปกินอาหารและดื่มน้ำ ดังนั้นก่อนที่สุนัขจะคลอดควรหามุมห้อง หรือมุมของบ้านสักมุมให้สุนัขได้พักและเตรียมตัวก่อนที่จะคลอด

3. คอยสังเกตแม่สุนัขไว้ระหว่างที่กำลังคลอดลูก

เมื่อสุนัขกำลังคลอดลูกนั้น เจ้าของควรสังเกตอาการของสุนัขให้ดี ๆ เพราะการคลอดลูกนั้นก็จะทำให้ร่างกายของสุนัขเจ็บปวด และอาจจะมีอาการแปลก ๆ เกิดขึ้นได้ ควรสังเกตอาการของแม่สุนัขว่าประหม่าเมื่อมีคนมาอยู่ด้วยหรือไม่ หากแม่สุนัขเกิดอาการประหม่า หรือตกใจ เจ้าของควรคอยดูไว้ห่าง ๆ สุนัขจะไม่สบายตัวเมื่อมดลูกหดรัด นี่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการคลอด

หลายครั้งที่ลูกสุนัขอาจจะเกิดตอนกลางคืน เจ้าของควรตื่นมาดูสุนัขเป็นระยะ เมื่อสุนัขใกล้จะคลอดสามารถสังเกตได้ จากการที่แม่สุนัขเดินเป็นวงกลม งุ่นง่าน แสดงว่าสุนัขใกล้คลอดแล้ว ให้เราเตรียมตัวดูแลสุนัขในช่วงคลอดและหลังคลอดไว้ได้เลย

วิธีดูแลสุนัขที่ตั้งท้อง - คอยสังเกตแม่สุนัขไว้ระหว่างที่กำลังคลอดลูก

4. ให้แม่สุนัขกินรกที่มีสารอาหาร

หลังจากที่สุนัขของเราคลอดลูกเรียบร้อยแล้วนั้น เราควรดูแลแม่สุนัขอยู่ใกล้ ๆ และช่วยดูลูกสุนัขว่า มีอาการผิดปกติหรือไม่ สามารถหายใจเองได้หรือไม่ หรือสามารถดูดนมแม่ได้หรือไม่ ซึ่งหลังจากากรคลอดลูกสุนัขแล้วนั้น อย่าเพิ่งทิ้งรกของลูกสุนัข เราสามารถให้แม่สุนัขกินรกของลูก ๆ มันได้ เพราะรกเป็นสารอาหารชั้นดีมาก ๆ ที่จะช่วยบำรุงแม่สุนัขหลังคลอดได้เป็นอย่างดี ซึ่งในบางครั้งอาจจะมีสุนัขที่อาเจียนหลังจากกินรกเข้าไป ก็ไม่ต้องตกใจเพราะไม่ได้เป็นเรื่องอันตราย

5. ห้ามอาบน้ำให้สุนัขหลังคลอดทันที

สิ่งที่ไม่ควรทำหลังจากสุนัขคลอดลูกแล้วนั้นก็คือ ห้ามอาบน้ำให้สุนัขหลังคลอดทันที ถึงแม้เราจะเห็นว่าสุนัขของเรานั้นตัวเปื้อน ก็ไม่ควรอาบน้ำให้แม่สุนัขทันที เพราะการอาบน้ำให้สุนัขอาจจะมีสารตกค้างที่ลูกสุนัขที่จะเจอได้ระหว่างดูดนมแม่ ดังนั้น ควรรอ 2-3 สัปดาห์ก่อน ถึงจะสามารถอาบน้ำให้แม่สุนัขได้ โดยใช้แชมพูข้าวโอ๊ตอ่อน ๆ สำหรับสุนัข และอาบน้ำให้สะอาดหมดจด เพื่อความปลอดภัยของลูกสุนัข

6. รักษาอุณหภูมิหลังคลอดของลูกสุนัข

ลูกสุนัขที่เกิดใหม่นั้น มีความบอบบางอย่างมาก เจ้าของสุนัขควรใส่ใจและดูและเป็นพิเศษ โดยเฉพาะ เรื่องอุณหภูมิหลังคลอด ที่ต้องรักษาความอบอุ่นให้กับลูกสุนัข เพราะลูกสุนัขนั้นมักจะขี้หนาว และร่างกายยังไม่สามารถปรับอุณหภูมิร่างกายได้ดีนัก จึงต้องหมั่นคอยดูแลให้พวกมันอุ่น ในช่วง 2-3 วันแรกหลังคลอด ให้รักษาอุณหภูมิในกล่องที่สุนัขคลอดลูกไว้ที่ โดยใช้โคมไฟให้ความร้อนเพื่อเพิ่มอุณหภูมิ และคอยสังเกตอาการของลูกสุนัขทุกตัวว่ามีตัวไหนหนาวหรือไม่ และมีตัวไหนที่ไม่ได้อยู่รวมกันกับพี่น้อง ควรจัดให้ลูกสุนัขทุกตัวอยู่ใกล้ ๆ กัน และอยู่ใกล้แม่ของมัน เพื่อสร้างความคุ้นเคยให้กับลูกสุนัข และแม่สุนัข

วิธีดูแลสุนัขที่ตั้งท้อง - รักษาอุณหภูมิหลังคลอดของลูกสุนัข

7. พาสุนัขตรวจสุขภาพหลังคลอด

ข้อสุดท้ายที่ควรทำ หลังจากที่สุนัขของเราคลอดลูกนั่นก็คือ การพาสุนัขไปตรวจสุขภาพ เพราะสัตวแพทย์จะได้ตรวจสุขภาพทั่วไปของแม่สุนัขว่าเป็นอย่างไร และจะได้ตรวจดูการฟื้นตัวของแม่สุนัข และการเจริญเติบโตของลูกสุนัขไปพร้อม ๆ กันอีกด้วย ทั้งนี้การพาสุนัขไปพบสัตว์แพทย์ตามนัดก็เป็นเรื่องงที่เจ้าของควรทำ และคอยสังเกตอาการต่าง ๆ เสมอ ถ้าแม่สุนัข หรือลูกสุนัขตัวไหนมีอาการผิดปกติ ก็ควรพาไปพบสัตวแพทย์ทันที

สำหรับใครที่มีสุนัขใกล้คลอด หรือมีสุนัขที่พึ่งคลอดลูก และยังไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรนั้น วิธีการดูแลสุนัขที่เรากล่าวไปข้างต้น 7 วิธีเป็นวิธีที่สามารถใช้ดูแลแม่สุนัขทั้งตอนที่ตั้งท้อง ก่อนคลอด และหลังคลอดได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยดูแลลูกสุนัขที่พึ่งคลอดได้อีกด้วย ซึ่งเจ้าของนั้นควรคอยสังเกตพฤติกรรมของแม่สุนัข ลูกสุนัข และปฏิบัติตาม 7 วิธีดูแลสุนัขที่ตั้งท้องแบบถูกต้อง ฉบับเจ้าของมือใหม่ เพื่อที่สุนัขของเราจะได้มีสุขภาพที่แข็งแรงทั้งแม่ และลูก

สุนัข ถือเป็นสัตว์เลี้ยงที่ได้รับความนิยมอย่างมาก หลาย ๆ สายพันธุ์ก็กลายเป็นที่รักของมนุษย์มากมาย นอกจากนี้ยังมีสัตว์เลี้ยงชนิด ๆ อื่นๆ ที่นิยมเลี้ยงเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น แมว นก หรือปลา เพราะนอกจากจะเลี้ยงง่ายแล้วนั้น ยังมีความน่ารักอีกด้วย แต่ก็ยังมีหลาย ๆ คนที่สนใจ สัตว์เลี้ยง สุดแปลกยอดนิยม อยู่มากมาย บางตัวก็มีความน่ารัก และเลี้ยงง่ายไม่แพ้สัตว์เลี้ยงยอดนิยมเลย